หันหลังชนกันมุ่งมั่นพัฒนา
"
เศรษฐกิจพอเพียง
"
![]()
![]()

จากการที่ได้ทำหน้าที่วิทยากร ให้ความรู้เรื่องจุลินทรีย์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี EM เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม มาเป็นเวลากว่า 7 ปี หลังจากนั้นจะติดตามประเมินผลจากกลุ่มที่ผ่านการอบรมมาแล้ว สิ่งที่ได้พบทั้งการสัมผัส การสังเกตผู้ผ่านการอบรมจะเกิดความสับสนและมีข้อสงสัยในหลายประเด็น เช่น หน่วยงานของรัฐมักจะเอาเรื่องจุลินทรีย์มาเป็นเงื่อนไข บางหน่วยงานบอกว่าทำไมต้องเสียเงินซื้อเราทำเองก็ได้ บางหน่วยงานก็เอาน้ำหมักชีวภาพไม่มีแหล่งที่มานำมาแจก บางหน่วยงานไปซื้อจุลินทรีย์ลอกเลียนแบบ EM จากแหล่งอื่น (มีราคาถูก) ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้คำอธิบายที่มาที่ไปได้ ชุมชนบางแห่งไปขอน้ำหมักจากกรมพัฒนาที่ดินก็มักจะอ้างว่า หมดและที่สำคัญองค์กรหรือหน่วยงานบางแห่งจะแต้มสีว่า EM ไม่มีประโยชน์ ด้วยสาเหตุเหล่านี้ ทำให้ตัวเลขการนำเข้าปุ๋ยเคมีในปี 48 - 49 ไม่ได้ลดลงเลย ผู้ที่เผยแพร่ด้วยจิตวิญญาณของการอนุรักษ์จริงๆ จะรู้ว่าเกษตรกรไม่ได้ใช้เกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น น้ำเน่าเสียไม่ได้ลดลง สิ่งแวดล้อมโดยรวมที่เสื่อมโทรมไม่มีตัวเลขที่ดีขึ้น คนเจ็บป่วยที่เกิดจาก อาหารเป็นพิษหรือสารตกค้างในร่างกายเพิ่มขึ้น

ตามที่ รศ.ดร.ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ ผู้อำนวยการโครงการนโยบายสาธารณะเพื่อความปลอดภัยด้านอาหารและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน คณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวว่า ...
หลายคนจะดีใจว่า ประเทศไทยมีรายได้จากการส่งสินค้าด้านการเกษตร โดยเฉพาะ ข้าวและผักผลไม้ต่างๆ ได้เงินเข้าประเทศปีละมหาศาล พ่อค้าหลายคนมีกำไรร่ำรวย แต่ไม่ได้คิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือการขาดทุนทางการจัดการสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนในอนาคต เพราะ 70% ของสินค้าเกษตรส่งออกนั้นต้องพึ่งพาน้ำและสารเคมี แต่ละปีภาครัฐสูญเสียงบประมาณในการดูแล ผู้ป่วยที่เจ็บป่วยจากสารเคมี ยาฆ่าแมลงปีละ 5,000 ล้านบาท มีเกษตรกรเจ็บป่วยจากอาการ สารพิษตกค้างในร่างกายเพิ่มขึ้นจาก 10 ปีที่ผ่านมาถึง 10 % ประเทศคู่แข่งสินค้าเกษตรที่น่ากลัว คือ กัมพูชา เพราะสินค้าเกษตรที่ส่งออกมากกว่าครึ่งปลอดสารเคมี 100% สินค้าเหล่านี้กำลังได้รับ ความนิยมจากทั่วโลก

ผู้เขียนเดินทางไปเสียมเรียบ(กัมพูชา) ไม่ได้สอบถามถึงแหล่งท่องเที่ยวใน Angkor สักเท่าไร แต่จะถามเรื่องการดำรงชีวิตและเกษตรกรรม จึงได้คำตอบที่สนับสนุนคำกล่าวของ รศ.ดร. ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ ได้ว่า ...
เมืองเสียมเรียบ ไม่ใช้สารเคมีทำการเกษตร ทั้งการปลูกข้าว ปลูกแตงโม แมลงศัตรูพืช เช่น ตั๊กแตน ก็ไม่ใช้สารเคมีฆ่า แต่จะใช้ตาข่ายจับ กัมพูชาส่งตั๊กแตนเข้าประเทศไทยปีละหลาย 10 ล้าน เพราะคนไทยเอายาฆ่าแมลงไปฉีดพ่นจนไม่มีตั๊กแตนเหลือในประเทศไทยแล้ว ถึงมีอยู่บ้างก็จับกินไม่ได้ เพราะมีแต่สารเคมี
EM เป็นธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งตลอดเวลากว่า 20 ปี ที่มีผู้นำไปใช้ยังไม่ ปรากฏผลเสีย นอกจากจะมีเสียงบ่นว่าช้าไม่ทันใจ (ในเรื่องการทำการเกษตร) และผลเสียจากการใช้ EM คือการนำของปลอมหรือของลอกเลียนแบบมาใช้แล้วไม่ได้ผล จึงกลายเป็นเสียงที่ต่อเนื่องกันมา ผู้เขียนจะกล่าวอยู่เสมอเวลาบรรยาย ถ้าท่านขยันให้ทำแบบสันติอโศก แบบกสิกรรมธรรมชาติ อยู่ใกล้ที่ไหนให้ไปหาความรู้ที่นั่น ให้อยู่แบบพึ่งตนเอง มักน้อย สันโดษและพอเพียง แต่ต้องขยันนะ ถ้าขี้เกียจจะทำเกษตรธรรมชาติไม่ได้ ต้องขยัน อดทน แล้วท่านจะรวย แต่ถ้าท่านขี้เกียจให้รอของแจก รอให้รัฐบาลเอาปุ๋ยมาแจก ให้กรมพัฒนาที่ดินเอา พด. มาแจก แล้วทำให้ได้ อย่าไป พึ่งปุ๋ยเคมี... แต่ถ้าท่านไม่ชอบของแจก ขยันบ้าง ขี้เกียจบ้าง ก็ให้ซื้อ EM ไปประยุกต์ใช้ ใช้อย่างไรจะสอนให้... การลดอัตตา (ตัวกู ของกู) ทำให้ผู้เขียนไม่ใช่นักขาย แต่เป็นเพียงผู้บอกบุญ บุญในที่นี้คือการแยกคนดีออกจากคนชั่ว แยกน้ำดีออกจากน้ำเสีย ส่งเสริมคนดีให้ปกครองบ้านเมือง (ตามพระราโชวาท) เหมือนการคัดสรรจุลินทรีย์กลุ่มดี แล้วใช้จุลินทรีย์กลุ่มดีให้มีมากกว่ากลุ่มเสีย เพื่อไม่ให้คนไม่ดีมาปกครองบ้านเมือง (ตามพระราโชวาท) เพื่อไม่ให้จุลินทรีย์กลุ่มไม่ดีมาทำลาย สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ตรงนี้คือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมหรือการใช้เทคโนโลยีเพื่อ ลดต้นทุน ก็ไม่ผิด
EM เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (Effective Microorganisms) ซึ่งองค์กรเอกชนได้ทำ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็น 10 ปี ตั้งแต่ 2539 มีกองทัพบกเป็นแม่แบบในการนำ EM ไปเป็น เครื่องมือในการพัฒนาชนบทและแก้ปัญหาความยากจน หน่วยงานดังกล่าวคือ โครงการพัฒนาเพื่อ ความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ป่าดงนาทาม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดอุบลราชธานี แต่ EM ถูกสกัดกั้นจากหน่วยงานภาครัฐบางแห่งมาทุกปี เพราะถ้าเกษตรกรหรือชุมชนใช้ EM ทั้งประเทศ ก็จะไม่มีการนำเข้าปุ๋ยเคมี ทั้งเคมีเพื่อการเกษตรและเคมีเพื่อการบำบัดน้ำเสีย จนมีบางคนพูดว่าเอา EM ไปบำบัดน้ำเสียที่คลองด่านปีละไม่ถึง 100 ล้าน รัฐไม่ต้องเสียหายกว่าหมื่นล้านและไม่ต้อง ควานหาคนผิดจนถึงทุกวันนี้ การแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียอันเกิดจากน้ำท่วมขัง ยังมีบางคนไปบอกให้ ชาวบ้านเอาเศษอาหารเศษผักมาหมักกับกากน้ำตาล แล้วเอาไปเทราดน้ำเสีย ในเมื่อชาวบ้านเขา เดือนร้อนถึงเพียงนั้น ยังไปแนะนำในสิ่งที่เขาทำไม่ได้
พันธมิตรของจุลินทรีย์กลุ่มดี เป็นการเชื่อมโยงแบบบูรณการจากหลายภาคส่วน หากจะทำ ให้เศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิ์ผล เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกต้องหันหลังชนกัน แล้วเดินไปข้าง หน้าในลักษณะวงล้อวัฒนธรรมและความเป็นจริงตามธรรมชาติ ไม่หันมาแยกเขี้ยวใส่กัน ไม่บ่น เข้าหากัน ไม่ขัดขากัน ไม่โอ้อวด แต่แบ่งงานกันทำและมุ่งมั่นให้การช่วยเหลือ ตามลักษณะดังนี้

อาจจะมีหลายคนพูดว่า เป็นไปไม่ได้หรอก ถามว่าทำไมเป็นไปไม่ได้ คำตอบคือ อัตตา
ถ้าเราไม่ยึดมั่นใน อัตตา แต่เข้าถึง ไตรลักษณ์ เข้าใจในไตรลักษณ์ ทุกอย่างสามารถ ดำเนินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงได้
ผู้เขียนเป็นศิษย์ของหลวงพ่อเกษม เขมโก แห่งสุสานไตรลักษณ์ (ไม่ได้โอ้อวด)** ก่อนที่ท่านจะละสังขาร 15 วัน ท่านได้มาพรมน้ำมนต์ให้ผู้เขียนทางนิมิต ถึง 2 ครั้ง แล้วพูดว่า ชวด ฉลู นะลูก แล้วย้ำอยู่ 2 ครั้ง ท่านไม่ได้มาบอกเป็นตัวเลขให้สับสน แต่ใช้เวลาตีความอยู่ นานมากจึงเข้าใจภูมิธรรมที่ท่านสอน กัมมุนา วัตตีโลโก (สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม) และ การเข้าถึง ไตรลักษณ์ คือ
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา (เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป)
อนิจจัง : ความไม่คงที่ ไม่ถาวร หมายความว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกไม่มีอะไรเที่ยงแท้ สิ่งมีชีวิตเมื่อเกิดแล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงตามวัย จากเด็กเติบโตมาเป็นวัยรุ่น วัยหนุ่มสาว วัยชรา และตายไป สิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกัน จะต้องมีการทรุดโทรม ผุกร่อน และเสื่อมโทรมในที่สุด
ทุกขัง : ความเป็นทุกข์ทั้งปวง คือความทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้
อนัตตา : ความเป็นของไม่ใช่ตัวตน โดยทั่วไปคนจะมีการยึดมั่นในเรื่องตัวตน คือการยึดว่าสิ่งนั้นเป็นของเรา นี่คือเรา นี่คือเรา แต่ในทางพุทธศาสนาถือว่าไม่ใช่ตัวตน ไม่มีอะไรที่เป็นตัวเรา และไม่มีอะไรที่เป็นของเรา
ประโยชน์ของไตรลักษณ์ คือ เพื่อให้มนุษย์ไม่วุ่นวาย ไม่ยึดติดยึดถือกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่เป็นของเรา ทำให้ลดอุปทานคือการยึดมั่นถือมั่น ไม่ก่อความทุกข์หรือความเดือนร้อนแก่ผู้อื่น ลดความเห็นแก่ตัวลง สามารถปรับตัวได้ แม้ว่าจะเกิดการพลัดพรากจากสิ่งที่พึงปรารถนา ที่รักใคร่หรือสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา
การดำเนินแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นทั้งรูปธรรมและนามธรรมนั้น จึงต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างและที่ขาดไม่ได้คือ คน ถ้าลด อัตตา (ตัวกู ของกู) แล้วเข้าถึงอนัตตา(ไม่มีอะไรที่เป็นของเรา ไม่มีอะไรที่เป็นตัวเรา) แม้เพียงข้อเดียวของ ไตรลักษณ์ เศรษฐกิจพอเพียงเกิดขึ้น ได้ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น จะแผ่ขยายไปทั่วโลกอย่างหาที่สุดไม่ได้

** การบวชเนกขัมม์ ถือศีล 8 เพียง 7 วัน ครู บาอาจารย์ จะมาปรากฏให้เห็นเพื่อมาอนุโมทนา แล้วหมั่นถือศีล 5 อย่างเคร่งครัด ครู บาอาจารย์ จะช่วยเหลือเวลามีทุกข์ หากไม่ปรากฏเห็นครู บาอาจารย์ นั่นหมายถึง ยังมีเจ้ากรรมนายเวรบดบังอยู่ ทำกรรมใดให้แก้กรรม อย่าสร้างกรรมใหม่ กรรมจะสะสม แก้ยาก หายยาก รวยยาก (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)
วิภูษิต
wipusit_sp@hotmail.com
![]()