|

จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีงบประมาณลงไปที่
อบต. จนถึงระดับหมู่บ้าน ๆ ละ 1 ล้านบาทและตำบลละ
1 ล้านบาท ได้มีการนำเงินส่วนนี้
ไปเพื่อกิจกรรมหลายๆ ด้าน อาทิ การส่งเสริมอาชีพ
ส่งเสริมผลิตภัณฑ์แปรรูป เลี้ยงไก่
ผลิตปุ๋ยชีวภาพ จัดตั้งโรงสีชุมชน ฯลฯ
งบประมาณขึ้นอยู่ที่การเสนอโครงการความยากง่าย
และการดำเนินการ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้คือ
บางหมู่บ้านรวมกลุ่มกันเพียงเพื่อเอารายชื่อให้ครบตามจำนวน
เพื่อของบประมาณมาทำกิจกรรมภายในหมู่บ้าน
โดยเฉพาะกิจกรรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด
ที่ของบประมาณดำเนินการกันมากในเขตจังหวัดอุบลราชธานี
อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยโสธร
จากการที่ได้สอบถามข้าราชการส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด
ที่รับผิดชอบโครงการพัฒนาเศรษฐกิจระดับชุมชนภายใต้แผนงานด้านชุมชน
ได้กล่าวว่า บางโครงการก็ไม่สามารถทำได้
เพราะไม่มีความรู้เพียงพอ จึงต้องส่งเงินคืน
เครื่องผลิตปุ๋ยอัดเม็ดบางเครื่อง
ชาวบ้านสั่งซื้อมาแล้วก็ผลิตปุ๋ยอัดเม็ดได้ 2-3
วัน เครื่องก็พัง
บางหมู่บ้านได้เครื่องผสมปุ๋ยมาก็ไม่มีความรู้ว่าปุ๋ยอินทรีย์จะมีคุณภาพเพียงพอหรือไม่
ส่วนใหญ่จะมีพ่อค้าที่ทำเครื่องผสมปุ๋ยและเครื่องอัดเม็ดมาเสนอทางอบต. พร้อมถังหมักที่ผสมน้ำหมักชีวภาพ
โดยมีน้ำหมักมาพร้อมในถัง โดยอ้างว่าเป็นหัวเชื้อ
EM
ชาวบ้านที่ไม่มีความรู้เรื่องการใช้
EM ก็หลงเข้าใจว่าเป็น
EM
เฉพาะเครื่องผสมปุ๋ยและเครื่องอัดเม็ดที่ไม่มีคุณภาพ
(ใช้ไป เสียไป ต้องซ่อมกันเอง )
แล้วยังอ้างว่าน้ำหมักที่ว่าเป็น
EM
ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดและอำเภอหลายท่านที่มีความรู้เรื่อง
EM
เคยไปสุ่มตรวจดมดูก็รู้ว่าไม่ใช่
EM มันจะมีกลิ่นแปลกๆ
ออกจะมีกากน้ำตาลมาก
หลายฝ่ายจึงเชื่อว่าการผลิตปุ๋ยออกมา
ไม่น่าจะมีคุณภาพเท่าที่ควร
จริงอยู่ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
แต่คุณภาพและแร่ธาตุอาหาร
จะเพียงพอต่อการทำการเกษตรหรือไม่

ประเด็นสำคัญประการที่หนึ่งคือ
กลุ่มเกษตรกรบางกลุ่มที่ผลิตปุ๋ยชีวภาพและเจ้าหน้าที่อบต.
เป็นจำนวนมากขาดความรู้ ความเข้าใจในการใช้
EM เพื่อนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์หรือชีวภาพ
หลายๆ คนเข้าใจว่า น้ำหมักก็คือ
EM จริงๆ ไม่ใช่
น้ำหมักเป็นเพียงจุลินทรีย์กลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ผ่านการสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์
ถ้านำมาหมักด้วยตนเอง ด้วยยอดพืชที่สะอาด
ถูกต้องตามกระบวนการ
ก็จะน่าเชื่อถือกว่าน้ำหมักที่สั่งซื้อมาจากผู้ผลิตรายอื่น
ซึ่งบางรายนำผลไม้ที่มีสารเคมีเจือปน
พืชที่มีเชื้อราต่างๆ แล้วนำมาหมัก ทำให้ขาดคุณภาพ
นำไปใช้ไม่เกิดประโยชน์ต่อผลผลิต ส่วน
EM เป็นจุลินทรีย์ที่ผ่านการสังเคราะห์
ที่ได้รวบรวมจุลินทรีย์กลุ่มดีที่มีประสิทธิภาพมาไว้รวมกัน
เพื่อช่วยแก้ปัญหาทางด้านการเกษตร ประมง
ปศุสัตว์และสิ่งแวดล้อม
ซึ่งมีแร่ธาตุอาหารที่เพียงพอต่อการทำกิจกรรมต่างๆ
ตามที่กล่าวมา
ประการที่สอง เจ้าหน้าที่ อบต. บางแห่ง
และเกษตรกรบางกลุ่ม รู้จักคำว่า
EM แต่ไปสั่งซื้อ
EM ขยาย
ที่ลอกเลียนแบบ ที่มีอายุสั้นกว่า ราคาถูกกว่า
EM ขยายที่นำมาใส่แกลลอนจำหน่ายทั่วไป
เมื่อเปิดใช้แล้วจะมีอายุไม่เกิน 14 วัน จุลินทรีย์กลุ่มไม่แข็งแรงบางตัวตาย
นำมาผสมปุ๋ยหมักแล้วไม่มีคุณภาพ มีบางคนนำ
EM
ขยายที่ลอกเลียนแบบไปดื่ม
ถึงกับต้องหามส่งโรงพยาบาล บางรายนำไปเลี้ยงไก่
ทำให้ไก่ตายทั้งเล้า บางรายนำไปเลี้ยงปลา
ปลาตายทั้งข้อง บางรายนำไปเลี้ยงหมู
ปรากฏว่าหมูเป็นหมันไม่ยอมออกลูก สาเหตุเหล่านี้
เกิดจากการนำ EM
ขยายที่บรรจุแกลลอนขายในราคาถูกไปใช้ผิดประเภท
โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
จึงอยากจะขอร้องไปยังอบต.และกลุ่มเกษตรกรทั้งหลายว่า
การของบประมาณเพื่อซื้อเครื่องผสมปุ๋ยหรือเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยก็ตาม
ควรทดสอบดูสมรรถนะ การแก้ปัญหาเหตุติดขัด
การซ่อมบำรุง
การบริการหลังการขายให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ
และที่สำคัญจะต้องจัดสรรงบประมาณไว้เพื่อการบริหารจัดการภายในกลุ่มด้วย
เช่น การซื้อวัสดุต่างๆ เช่น รำ แกลบ มูลสัตว์
การบำรุงรักษาอุปกรณ์และเบ็ดเตล็ดอื่นๆ ที่สำคัญ
เพื่อไว้แก้ปัญหาในการจัดการโรงปุ๋ย

การจัดซื้อ
EM ต้องตรวจดูให้แน่ว่าเป็น
EM
ที่มีแหล่งผลิตที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็น
EM แท้หรือไม่
จุดที่สำคัญๆ คือ
ฝาสีเขียวมีสัญลักษณ์
EM เปิดฝามีฟลอยด์เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า
EM KYUSEI
ด้านหลังพิมพ์ตัวเลข วัน เดือน ปี
ที่ผลิตและรหัสลูกค้า ที่สำคัญต้องผลิตที่
ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เท่านั้น จึงจะเป็น
EM ของแท้
ที่ถูกต้องตามกฎหมาย


เครื่องผสมปุ๋ยหมักที่เกินความจำเป็น
ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณในการจัดซื้อ
(เกินความพอเพียง)
บางแห่งทิ้งร้างไว้เฉยๆ
ชาวบ้านทำไม่เป็น บางแห่งทำได้ 2-3 ครั้ง
เครื่องก็เกิดปัญหา ใช้งานไม่ได้
|