|
ในระดับปัจเจกบุคคล
การยึดหลักอริยสัจ ๔ เป็นวิธีการหนึ่งที่ผู้เขียนใช้เป็นประจำเสมอมา
ด้วยการเข้าถึงทุกข์ของชาวบ้าน
ทุกข์ -
เป็นทุกข์เพราะอะไร
ครูผู้สอนก็สามารถกำหนดรู้ได้ เช่น
ทุกข์เพราะค่าครองชีพสูง
ทุกข์เพราะปุ๋ยเคมีราคาแพง ทุกข์เพราะความยากจน
ทุกข์ที่พระพุทธองค์ทรงกล่าวไว้ทั้ง 7
อันมี
1.
ความเกิด
2.
ความแก่
3.
ความเจ็บ
4.
ความตาย
5.
การประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รัก
6.
การพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก
7.ความปรารถนาในสิ่งอันใดแล้วไม่ได้ในสิ่งอันนั้น
ปฏิบัติการแก้ทุกข์ จะเอา
EM มาแก้ทุกข์ตรงจุดไหน
(ลดค่าครองชีพ,
ลดการใช้ปุ๋ยเคมีหรือแก้ปัญหาสุขภาพ)
จะต้องตรงกับเหตุปัจจัยที่เกิดโดยปราศจาก
อวิชชา
ซึ่งหมายถึงการไม่รู้ตามความเป็นจริงในสภาวะธรรมะ
(ชาติ)
จึงปฏิบัติการดับทุกข์ที่เหตุอันทำให้เกิดทุกข์นั้นเป็นไปอย่างไม่ถูกต้อง
สมุทัย
- เหตุให้เกิดทุกข์ ได้แก่ตัณหา ความทะยานอยาก
เช่น อยากได้นั่นได้นี่ อยากมั่งอยากมี
อยากเป็นโน่นเป็นนี่ อยากให้ปุ๋ยราคาถูก
อยากขายข้าวราคาแพง อยากมีโทรศัพท์มือถือ
อยากมีเงินซื้อรถ ซื้อบ้านใหม่ ฯลฯ
ความอยากเป็นตัณหา 3 คือ
กามตัณหา
- ความทะยานอยากในกาม หรือทางโลกคือ รูป รส กลิ่น
เสียง สัมผัสทั้ง 5
ภาวตัณหา
- ความอยากเป็นนั่น เป็นนี่ หรืออยากเกิดอยากมี
อยู่คงทนตลอดไปตามใจปรารถนา
วิภวตัณหา -
ความทะยานอยากในความไม่มี ไม่เป็น อยากไม่เป็นนั่น
อยากไม่เป็นนี่
ผู้เป็นครูจะสอนให้ควรละความอยาก
เมื่อเกษตรกรเข้าใจตัวทุกข์ และคิดอยากละ
หรือควรละซึ่งความอยากแล้ว จึงเข้าสู่
นิโรธ
นิโรธ
- ความดับทุกข์ คือดับตัณหา
ให้เข้าสู่สภาวะปลอดทุกข์ แล้วทำให้แจ้ง
ให้รู้ว่าจุลินทรีย์หรือสิ่ง มีชีวิตตัวเล็กๆ
ที่เรามองไม่เห็น เขาให้ประโยชน์อะไรกับดิน น้ำ ลม
ไฟ ธาตุทั้ง 4 ที่ให้คุณประโยชน์ต่อมวล มนุษย์
EM คือ ผู้ย่อย ผู้สร้าง
คือคุณความดีต่อสรรพสัตว์
ที่ใดขาดจุลินทรีย์กลุ่มดี
เปรียบเสมือนหมู่บ้านนั้นขาดคนดี
ที่จะนำพาให้เกิดความเข้มแข็งในชุมชน
ในทางตรงกันข้าม
ถ้าหมู่บ้านนั้นมีแต่คนดีเกินกว่าที่คนไม่ดีจะมาเสี้ยมสอนได้
หมู่บ้านนั้นก็จะมีความสุข
เป็นหมู่บ้านที่ทุกหน่วยงานรัฐ
ปรารถนาที่จะเข้าไปส่งเสริม เชิดชู ในที่สุด
ก็จะเป็นชุมชนเข้มแข็งและเป็นหมู่บ้านตัวอย่างของการพัฒนาอย่างยั่งยืน
มรรค
-
หนทางที่ควรปฏิบัติเปรียบเสมือนเป็นกระบวนการสาธิตให้รู้ว่า
EM สามารถ นำไปปฏิบัติอย่างไร ประยุกต์ใช้อย่างไร
เพื่อให้ถึงหนทางแห่งการดับทุกข์ ที่มนุษย์หลง
ยึดถือ และประกอบขึ้นใส่ตนด้วยอำนาจอวิชชา
ซึ่งเรียกเต็มๆ ว่าอริยอัฏฐังคิกมรรค
แปลว่าทางมีองค์ 8 ประการอันประเสริฐ
เรียกสามัญว่า มรรคมีองค์ 8
คือ
1. สัมมาทิฏฐิ
- เห็นชอบ คือ ความเข้าใจในการใช้ EM
อย่างถูกต้อง
2.
สัมมาสังกัปปะ - ดำริชอบ คือ
ความใฝ่ใจถูกต้องต่อกระบวนการการทำงานของจุลินทรีย์
3.
สัมมาวาจา - เจรจาชอบ คือ
การพูดถูกต้อง ซึ่งมีความหมายทั้งผู้ให้และผู้รับ
กล่าวคือ
ผู้ให้ต้องให้ความรู้ทางวิชาการที่ถูกต้อง
ด้วยภาพที่เข้าใจง่าย
เหมาะกับผู้รับตามสถานะของผู้ฟัง
ส่วนผู้รับต้องมีวาจาสุภาพ แม้อยู่ในครัวเรือน
อยู่ในกลุ่มคน หรือขณะทำการผสมปุ๋ย
จนถึงการนำปุ๋ยหมักไปใช้ในการเพาะปลูก
จะต้องมีสัมมาวาจาชอบต่อสิ่งที่มีพระคุณ
ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ หรือพืช
เหล่านี้ล้วนมีคุณประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต
มีคุณต่อแผ่นดิน
(ผู้ใดใช้วาจามิชอบในการทำการกสิกรรมใดๆ
ก็ตามจะได้รับผลกรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้) |