การนำเทคโนโลยี   EM  
 มาใช้ในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างไร
?

          การศึกษาสอนให้คนมีอิสระในความคิด มีอิสระในทางสร้างสรรค์  ทั้งทางวิชาการและการปฏิบัติ ทั้งๆ ที่เนื้อหาบทเรียนบางอย่างเหมือนกัน แต่ความคิดของผู้เรียนอาจไม่เหมือนกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของการตีความ เหมือนนักกฎหมายที่เรียนกฎหมายมาเล่มเดียวกัน แต่การตีความหมายหรือความเห็นกลับแตกต่างกัน คนที่เป็นนักวิชาการที่มีดีกรีเป็นดอกเตอร์เป็นจำนวนมากที่มองเรื่องเดียวกัน แต่แสดงความคิดเห็นคนละมุมมอง หากยิ่งอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม ก็ยิ่งไม่สามารถเอาความคิดมาบรรจบกันได้ เหมือนดอกเตอร์บางคนที่จบเมืองไทย ก็มีมุมมองแตกต่างจากดอกเตอร์บางคนที่จบจากเมืองนอก โดยเฉพาะเนื้อหาของระบอบประชาธิปไตยและรูปแบบโครงสร้างทางเศรษฐกิจ
          ความคิดที่แตกต่างนี้เกิดขึ้นทุกมุมของโลก มีอยู่ทั่วทุกประเทศ ดังเช่นความคิดของ Dr.Teruo Higa ผู้ค้นพบ EM และพัฒนา EM มาใช้เพื่อช่วยเหลือโลก แต่ก็มี Dr. อีกเป็นจำนวนไม่น้อย ทั้งในญี่ปุ่นและประเทศไทย ต่างก็ไม่เชื่อว่า สิ่งที่ Dr.Higa ค้นพบ จะทำอะไรได้ทุกย่าง นอกจากคุยโม้ โอ้อวด จึงมี Dr.หลายๆ คนในประเทศไทย พยายามค้นคว้าและทดลอง  แล้วก็บอกกับประชาชนว่า " ทำไมต้องไปเอาจุลินทรีย์จากญี่ปุ่น ประเทศไทยก็ทำ EM เองได้ " เป็นคำพูดที่ทำให้คนที่ไม่เข้าใจเกิดความสับสน ทั้งพ่อค้า นักธุรกิจ จนถึงเกษตรกรทำนา ต่างก็เข้าใจผิดกันยกใหญ่ว่า ทำ EM เองได้  เพราะทุกคนมองข้ามคำว่าลิขสิทธิ์  สิทธิบัตร และภูมิปัญญาของนักวิจัย ซึ่งหมายถึง Dr.Teruo Higa ผู้ซึ่งได้ค้นคว้า ทดลอง จนกว่าจะค้นพบว่า การนำจุลินทรีย์กลุ่มดีมาเลี้ยงรวมกัน ต้องอาศัยเทคนิคพิเศษ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่หาผลสัมฤทธิ์และผ่านการทดลองจนแน่ใจว่าใช้ได้ ต้องใช้เวลาถึง 15 ปี แลได้จดสิทธิบัตรเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ หรือ EM  และคำๆนี้ เป็นคำที่ Dr.Higa เป็นผู้สร้างคำขึ้นมาเอง หาใช่เป็นการลอกเลียนภูมิปัญญาของใครมา เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ลอกเลียนสิทธิบัตร ทั้งคำย่อและเครื่องหมายการค้า ถือเป็นการลอกเลียนแบบและผิดกฎหมาย



  Dr.Teruo Higa  ดูบ่อปลาในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 29
 ที่ใช้ EM ในการเลี้ยงปลาในบ่อขนาดเล็ก (แบบเศรษฐกิจพอเพียง)

  ช่วยลดค่าใช้จ่าย ทำให้ปลามีสุขภาพดี น้ำไม่เน่าเสีย  
     

          การนำ EM มาใช้ในประเทศไทย (ตั้งแต่ปี 2531) ไม่ใช่นำจุลินทรีย์จากญี่ปุ่นมาใช้ มีนักวิชาการเกษตร (ด้านเกษตรอินทรีย์) มักกล่าวเสมอว่า ทำไมต้องไปเอาจุลินทรีย์ต่างชาติมาใช้ เราผลิตเองได้ ซึ่งแทนที่จะกล่าวว่า ทำไมต้องไปซื้อปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ แต่กลับไม่มีนักวิชาการคนใดกล่าวอ้างถึงบริษัทผู้ผลิตปุ๋ยเคมี ที่ทำให้เกษตรกรมีหนี้สิน ทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหาย กลับมาใส่ความว่า EM จากญี่ปุ่นไม่ได้ผล  ทั้งๆ ที่  EM ไม่ใช่ปุ๋ยเคมี และประเทศไทยก็ไม่มีการนำเข้าจุลินทรีย์จากต่างประเทศด้วย
          ประเทศไทยได้เทคโนโลยี EM จาก Dr.Higa โดยเสน่หา เพราะ Dr.Higa เทิดทูนในหลวงและอยากเห็นคนไทยดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทและพระราโชบายเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่ง Dr.Higa เล็งเห็นว่า EM สามารถนำมาใช้ในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงได้เป็นอย่างดีตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 ก่อนที่จะมีนักคิด นักเขียนหลายภาคส่วน แสดงวิสัยทัศน์เศรษฐกิจพอเพียงเชิงนามธรรมออกมาเสียอีก



   Dr.Teruo  เท EM ในบ่อบำบัดน้ำเสียในสถานศึกษา
 และโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย
 เพื่อเพิ่มค่าอ๊อกซิเจน
  จะช่วยลดพลังงานไฟฟ้าได้
 
 

          ผู้เขียนเคารพในงานวิจัยของครู อาจารย์ทุกท่านที่นำมาใช้ประโยชน์แก่มวลมนุษย์ได้ ซึ่งก็ยังดีกว่างานวิจัยอีกเป็นจำนวนมากนับแสน กว่าเล่ม ที่วางอยู่บนหงสมุดตามสถาบันต่างๆ ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ นอกจากเป็นที่ค้นคว้าทฤษฎีที่เกี่ยวข้องและรูปแบบการทำงานวิจัยเท่านั้น แต่หากจะมองในแง่เทคโนโลยี จะยอมรับกันหรือไม่ว่า ไทยเราตามหลังเทคโนโลยีญี่ปุ่น ไม่น้อยกว่า 20 ปี ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์มือถือ และ ฯลฯ ถึงแม้ประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย แต่เราก็ต้องอาศัยเทคโนโลยีของเขามา เฉกเช่เทคโนโลยี EM ที่คนไทยหลายคนพูดว่า เราก็ทำ EM ได้ จึงไม่ใชคำพูดที่ถูกต้อง แต่เป็นการล่วงละเมิดและขาดจริยธรรม ทั้งจากนักวิชาการบางคน และบรรดาผู้แสวงประโยชน์เชิงพาณิชย์
          การที่เราจะเข้าใจ EM และสอนคนให้เป็นผู้รู้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย หาคนรู้เรื่อง EM ดี แต่สอนไม่เป็น บางคนสอนเป็นแต่ไม่มีข้อมูลที่สมบูรณ์ จึงเป็นเรื่องยากมาก แต่ทุกวันนี้ EM มีวิทยากรที่เชี่ยวชาญในประเทศไทยประมาณ 100 คน ที่ชำนาญการประมาณ  80 - 150  คน 



  การใช้ชีวิตแบบพอเพียง  
  ของคุณเฉลียว  ปานเนียม  จ.สุพรรณบุรี
 
  (โทร. 089-524-2397)  
 

          ผู้เชี่ยวชาญด้าน EM ได้จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขึ้นในแต่ละจังหวัด ด้วยงบประมาณส่วนตัว โดยไม่ใช้งบประมาณแผ่นดินจากภาครัฐ แต่เปิดรับแนวคิดเชิงวิชาการจากภาครัฐ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำเกษตรอินทรีย์ สอนให้บูรณาการไม่แยกส่วน ไม่ต่อต้านสิ่งที่เป็นธรรมชาติ (เหมือนแมลงวัน ย่อมไม่ตอมแมลงวันด้วยกัน) ภายในศูนย์ส่งเสริมฯ จะมีการเรียนรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยี EM อย่างถูกต้อง สามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ได้และดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ไม่มีวิทยากรคนใดสอนให้ใช้ EM ครั้งละมากๆ แต่สอนให้ใช้น้อยๆ แต่บ่อยครั้ง หรือใช้แบบพอประมาณ ขึ้นกับเหตุผลและความจำเป็นของการนำไปใช้ เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพืช โดยหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีทุกชนิดที่สิ้นเปลืองและอันตรายต่อตนเอง



  ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ เปิดศูนย์ส่งเสริมเกษตรธรรมชาติฯ  
  ด้วยทุนส่วนตัว โดยไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน  
 

  ทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง   ประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ  : -

           ความพอประมาณ  ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ความพอดี ไม่น้อย ไม่มากเกินไป ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ตามหลักการของ EM หมายถึง ให้ใช้ EM แต่น้อย ไม่ให้ใช้มาก ทำให้สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ เมื่อทำแล้วได้ประโยชน์กับตัวเองและผู้อื่น นั่นคือการแบ่งปันและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน  ไม่โอ้อวดหรืออวดเก่งคนเดียว

          ความมีเหตุผล  ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล คำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ ตามหลักการของ EM คือ ความมีเหตุผลในการนำไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม ไม่คิดโลภอย่างมาก แต่ให้ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมทีดีและเป็นประโยชน์ต่อตนเองและชุมชน

          ความมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว  ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนหลักการของ EM คือ การนำไปใช้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุนการผลิต ลดปัจจัยการผลิตที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะสารพิษสารเคมี ที่ทำลายสุขภาพและระบบนิเวศ ถึงแม้เศรษฐกิจโดยรวมในอนาคตจะอยู่ในสถานะอย่างไร ผู้ใช้  EM สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยเหตุปัจจัย ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต

           ปัจจัยที่สำคัญของ EM และการประยุกต์ใช้  คือ ความไม่โอ้อวด เพียงนำสิ่งที่ประสบผลสำเร็จมาบอกต่อเป็นวิทยาทาน คำนึงถึงความสุขและความพึงพอใจของคนที่นำไปใช้ สามารถทำงานวิจัยได้หลายเรื่อง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่การทดลองนำไปใช้ ในสิ่งที่ตนเองพึงประสงค์เฉพาะทาง แล้วลองสังเกตเปรียบเทียบดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างหรือไม่ มีผลดีตรงไหนบ้าง มีผลกระทบอะไรหรือไม่ อย่างไร โดยไม่สอนให้เชื่อว่า EM ดี แต่บอกให้รู้เพียงว่า EM เป็นจุลินทรีย์ที่ปลอดภัยต่อคน สัตว์ และพืช แล้วไปทดลองดู และผลการทดลอง จึงมีข้อมูลจากบุคคลต่างๆ มากมาย ทั้งนักวิชาการและบุคคลผู้มีชื่อเสียง จนถึงระดับชาวบ้านที่ใช้ประโยชน์ได้ สามารถอ้างอิงได้โดยไม่ติดข้องหมองใจ



 เศรษฐกิจพอเพียงในชุมชน การใช้
EM เป็นเครื่องมือในการลดต้นทุนทำนา ทำสวน ทำไร่
 ให้ตั้งเครือข่ายเป็นกลุ่ม เพื่อให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง
 

          เศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นรูปธรรม โดยมี EM เป็นเครื่องมือ สามารถวัดค่าได้จากจิตใต้สำนึกของผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ชำนาญการ ที่เห็นผู้นำไปใช้แล้วมีความสุข มีสุขภาพดี (ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน) ผู้ที่นำ EM ไปประยุกต์ใช้และทดลองปฏิบัติ จะมีความสุขที่จะบอกให้คนอื่นรู้แล้วทำตาม โดยไม่มีผลประโยชน์เคลือบแฝง เพราะจากการที่ได้สัมผัสกับผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมาก จะเห็นพฤติกรรมเช่นนั้นเหมือนกันหมด คือความพอใจในความพอเพียง ความสุขที่ได้บอกต่อ ความสุขที่ได้เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ เหมือนที่เราทำแกงส้มอร่อยๆ แล้วแบ่งปันให้เพื่อนบ้านข้างเคียงได้รับประทาน บ้านละถ้วย บ้านละชาม เราจะมีความสุขมากที่ได้เป็นผู้ให้ แล้วเราก็จะได้ความเป็นมิตรและสิ่งดีๆ จากเพื่อนบ้านกลับคืนมา มิตรภาพเกิดขึ้นเสมือนเป็นการแลกเปลี่ยน เกื้อกูล หากจะมองในภาพที่ใหญ่ขึ้น ถ้าชุมชนใดหรือองค์กรใดได้นึกถึงแกงส้มหม้อเดียว (ที่คนโบราณสอนไว้) แล้วแบ่งปันกันกิน กินทั้งปีก็ไม่หมด ตรงนี้แหละคือสิ่งที่ EM หรือผู้ที่เรียนรู้เรื่อง EM ได้นำมาปรับใช้ แม้เหตุการณ์ข้างหน้าจะวิกฤติอย่างไร แต่เรามีมิตรภาพและความพอเพียงอยู่ในตัวตน ชีวิตจะมีความสุข ยากที่เงินจะหาซื้อได้
      (บทความนี้เกิดจากผู้เขียนได้เห็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเน้นในเรื่องการสร้างความร่วมแรง ร่วมใจกัน      ด้วยการปรับลดช่องว่างระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มักจะต่างคนต่างทำ แล้วยึดคติกับการเป็นเจ้าของเป็นสำคัญ ให้แปรเปลี่ยนมาร่วมกัน และสามารถอำนวยประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชน.....)

                                                                                                                       
wipusit_sp@hotmail.com    6 ต.ค.49