|

โรงงานงาน
(บริษัท ฮ่วยชวน จำกัด)
ตั้งอยู่หน้าค่ายสิรินธร อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี
นับว่าเป็นโรงงานรับซื้อยางพาราแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย
ที่นำเทคโนโลยี EM
มาใช้ในกระบวนการแช่ยาง ล้างยาง
บำบัดน้ำเสียและปรับสภาพสิ่งแวดล้อมภายในโรงงาน

พล.ต.พิเชษฐ์ วิสัยจร
รองแม่ทัพภาคที่ 4
และนายวุฒิ คงเกตุ
รักษาการผู้จัดการโรงงาน
คำให้สัมภาษณ์ของคุณวุฒิ
คงเกตุ
ทำหน้าที่รักษาการผู้จัดการโรงงาน บอกว่า
"
แต่เดิมมีกลิ่นเหม็นมาก
สร้างความรำคาญให้กับชุมชน โดยเฉพาะตอนล้างยาง
ม้วนยางก่อนนำไปตาก จะเหม็นติดตัว...
มีโอกาสได้พบกับ ท่านพลตรีพิเชษฐ์
วิสัยจร รองแม่ทัพภาคที่ 4
ซึ่งท่านอยู่ในค่ายสิรินธร
ท่านก็ได้รับการร้องเรียนเหมือนกัน
เวลานั่งรถยนต์ผ่านหน้าโรงงาน
ก็จะมีกลิ่นเหม็นมาก จึงได้แนะนำให้ผมนำ EM มาทดลองบำบัดกลิ่น
และได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารที่มีความรู้ ความชำนาญ มาช่วยสาธิตวิธีการนำจุลินทรีย์มาใช้
ในการแก้ปัญหากลิ่นเหม็นและบำบัดน้ำเสียตั้งแต่ปลายปี 2547 "

*ใช้
EM ขยาย ฉีดพ่น รด
ราด บ่อแช่ยางก้อน
*ใช้
EM ขยาย
ฉีดพ่น ภายในโรงงาน
ในการผลิตยางแท่ง
ซึ่งโรงงานฮ่วยชวน
ยังคงใช้กรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม
ซึ่งโรงงานยางที่ทันสมัยปัจจุบันจะลดขั้นตอนของการตาก
เปลี่ยนมาใช้เครื่องอบแทน
แต่ถึงแม้จะใช้วิธีการตากยางแต่โรงงานฮ่วยชวนก็ยังคงความคุณ ภาพไม่มีเปลี่ยนแปลงแต่สิ่งที่ได้เพิ่มมาคือ การนำเทคโนโลยี
EM
มาใช้ในขั้นตอนต่างๆ เช่น ใช้
EM ขยาย
หยดลงบ่อแช่ก่อนทำการล้าง ใช้ล้างยางก่อนนำไปบด เป็นต้น

* ใช้
EM ขยาย
หยดลงบ่อแช่ยางก่อนทำการล้าง

* ใช้
EM ขยาย ล้างยาง
ก่อนนำไปบด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
การนำ EM
มาฉีดพ่นตอนรับซื้อวัตถุดิบ
เป็นลำดับแรกก่อนที่จะแช่ยาง
ส่วนการฉีดพ่นเพื่อปรับสภาพสิ่งแวดล้อม
การฉีดล้างพื้นและหยดลงบ่อน้ำเสีย
จะทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระแก่โรงงาน เพราะ
EM หัวเชื้อแท้ๆ
สามารถนำขยายต่อได้ ใน 1 วันจะใช้
EM ขยายประมาณ 800 ลิตร
สิ่งสำคัญคือช่วยลดกลิ่นที่ติดตัวพนักงาน
ไม่สร้างความรำคาญแก่ชุมชน
เมื่อปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
ก็ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้มีคุณภาพดี
ไม่มีอาการแพ้ ทั้งยังช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้
อันเกิดจากกลิ่นและน้ำยางนอก จากนั้นไม่มีผลกระทบต่อคุณภาพยางแต่อย่างใด
จึงน่าจัดเป็นตัวอย่างโรงงานอุตสาหกรรมทุกขนาด
ทุกแห่งทั่วประเทศ ในการสร้างเกราะคุมกันตนเอง
เพื่อไม่ให้เกิดมลพิษทั้งทางตรงและทางอ้อม
ทั้งยังรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยงบประมาณที่ต่ำและไม่เป็นภาระแก่ภาครัฐอย่างสิ้นเชิง
ภาพที่
1
ยางพาราก่อนแปรรูป

ภาพที่
2
ยางพาราที่แปรรูปแล้ว |