|
ในสภาวะธรรมชาติ
กระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์อันมีซากพืช-ซากสัตว์ให้กลายเป็นสารอาหารแก่พืชนั้น
เป็นหน้าที่ของจุลินทรีย์
แต่ปัจจุบัน
มีการทำลายป่า
การเกษตรก็ใช้วิธีเผา
ไถ ตากแดด พ่นสารพิษสารเคมี
อันเป็นการทำลายจุลินทรีย์โดยตรง
ในสภาวะเช่นนี้
การจะงดเกษตรเคมี
หันกลับมาใช้เกษตรอินทรีย์
หรือเกษตรธรรมชาติ
ที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์นั้นหามีประโยชน์ใดไม่
และอาจจะมีผลเสียด้วยซ้ำ
เพราะในดินธรรมชาติขาดผู้ย่อยสลายคือ
จุลินทรีย์
การค้นพบ
EM จึงเป็นหนทางที่จะนำไปสู่เกษตรอินทรีย์
หรือเกษตรธรรมชาติได้
โดยการเติมผู้ย่อยสลาย
หรือจุลินทรีย์ลงไปในธรรมชาติความเป็นจริงจุลินทรีย์ตามธรรมชาติเกิดเองได้
แต่ต้องงดการใช้เคมี
ไม่มีการเผา
หรือไถตากแดดต่อเนื่องเป็นเวลา
5-10 ปี การทำเกษตรอินทรีย์จึงจะได้ผล
แต่ปัญหาคือรอไม่ได้
EM จะช่วยทุ่นเวลา
ณ จุดนี้ให้สามารถทำเกษตรธรรมชาติหรือเกษตรอินทรีย์ได้ทันที
จุดเด่นสำคัญของ EM คือ ใช้ได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นในด้าน
- การปลูกพืช - การปศุสัตว์
- การประมง
- การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ฯลฯ
กล่าวคือ เมื่อมี
EM ก็สามารถทำได้ทุกเรื่องแบบผสมผสาน
ซึ่งเคมีทำมิได้
การทำเกษตรตามแนวพระราชดำริ
จึงมีหนทางที่จะดำเนินการได้เป็นอย่างดี
ทั้งเกษตรผสมผสาน
แบบเศรษฐกิจพอเพียง
หรือเกษตรทฤษฎีใหม่หากมีการใช้
EM กันอย่างกว้างขวางแล้ว
จะสามารถแก้ปัญหาอุณหภูมิโลกที่ร้อนขึ้นทุกขณะได้ กระบวนการทำงานของ EM จะเกิดออกซิเจน
(O2) เนื่องจาก
EM เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ไม่ต้องการอากาศ (Anaerobic) เป็นส่วนใหญ่
อันมีผลนำไปสู่การเพิ่มโอโซนในชั้นบรรยากาศ
และลดการเกิดภาวะเรือนกระจก
|